คำแนะนำ
เตรียมพร้อมก่อนมีสระว่ายน้ำ
สำหรับคนที่กำลังปลูกบ้านแล้วคิดจะสร้างสระว่ายน้ำ ไว้ในบ้าน รวมถึงสถาปนิก
ผู้รับผิดชอบโครงการบ้านพักอาศัยที่มีสระว่ายน้ำ ควรเตรียมองค์ประกอบเหล่านี้เผื่อไว้ เพื่อให้
ผู้รับเหมาที่จะก่อสร้างสระว่ายน้ำทำงานได้สะดวกขึ้น
- สำหรับสระน้ำแบบน้ำล้นควรเตรียมพื้นที่ทำบ่อเก็บน้ำสำรองเพื่อพักน้ำและทำความสะอาดโดย
ตำแหน่งที่เหมาะสมควรอยู่ใต้หรือติดกับสระน้ำ
- ในกรณีที่ใช้ระบบหมุนเวียนน้ำในสระแบบน้ำล้น (จะกล่าวถึงรายละเอียดอีกครั้งในส่วนงานระบบ) ห้องสำหรับ
ระบบปั้มและพื้นที่เก็บอุปกรณ์สระว่ายน้ำ ควรมีขนาดไม่ตำกว่า 2x3 เมตร สูง 2.50 เมตร ไม่จำเป้นต้องติด
กับสระว่ายน้ำแต่ไม่ควรห่างเกิน 15 เมตร
- ระบบไฟฟ้าที่จะต้องเดินสายไฟสู่ดวงโคมใต้สระหรือผนังสระ (ในกรณีที่ต้องการติดตั้งดวงไฟใต้สระน้ำ)
|
โครงสร้างสระว่ายน้ำ
เนื่องจากการสร้างสระว่ายน้ำในบ้านจัดว่าเป้นการลงทุนระยะยาว และเป็นการก่อสร้างเฉพาะทาง
ที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ เจ้าของบ้านจึงควรพิจรณาเลือกผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้สระว่ายน้ำ
ที่มีคุณภาพ แข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศต่างๆ และข้อสำคัญต้องก่อสร้างเสร็จภายในระยะเวลาอันสั้นด้วย
โครงสร้างของสระว่ายน้ำสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทได้ดังนี้
1. สระว่ายน้ำโครงสร้างถาวร
เป็นสระว่ายน้ำที่ก่อสร้างด้วยโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กและก่อสร้าง ณ ที่ก่อสร้างนั้น
2. สระว่ายน้ำสำเร็จรูป
เป็นสระว่ายน้ำที่ติดตั้งบนโครงสร้างรับน้ำหนักที่เตรียมใว้มี 2 ลักษณะ คือ ใช้แผ่นพาลสติกพิเศษปูเพื่อกักเก็บน้ำ
และอีกรูปแบบหนึ่งคือ สระที่หล่อผนังและพื้นด้วยวัสดุประเภทพอลิเมอร์สระว่ายน้ำประเภทนี้จึงไร้รอยต่อและหมดปัญหา
การรั่วซึม ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา
|
| ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของโครงสร้างสระว่ายน้ำทั้งสองประเถท |
|
|
ประเภท |
|
ข้อดี |
|
ข้อเสีย |
| |
|
|
|
|
| สระว่ายน้ำโครงสร้างถาวร |
|
- แข็งแรง ทนทาน เพราะก่อสร้างจากวัสดุที่มี |
|
- ราคาค่าก่อสร้างสูง |
| |
|
ความแข็งแรง |
|
- การก่อสร้างยุ่งยาก ซับซ้อน และ |
| |
|
|
|
ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนาน |
| |
|
|
|
|
| |
|
- สามารถออกแบบรูปทรง ความลึก และเลือใช้ |
|
- ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษามากกว่า |
| |
|
วัสดุได้หลากหลาย ทำให้เข้ากับพื้นที่ได้อย่าง |
|
|
| |
|
เหมาะสมและลงตัว |
|
|
| |
|
- สามารถเพิ่มลูกเล่นต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ |
|
|
| |
|
เช่น การทำหาดทราย มีจากุซซี่นวดตัว และ |
|
|
| |
|
การสอดแทรกพรรณไม้ให้สัมพันธ์กับสระว่ายน้ำ |
|
|
| |
|
|
|
|
| สระว่ายน้ำสำเร็จรูป |
|
- ก่อสร้างง่าย ไม่มีวัสดุเลอะเทอะในระหว่างการ |
|
- มีรูปแบบและรุปร่างที่ไม่หลากหลาย |
| |
|
ก่อสร้าง |
|
จึงอาจไม่เหมาะกับบางพื้นที่ |
| |
|
|
|
|
| |
|
- ใช้เวลาในการก่อสร้างน้อย |
|
- สระที่ใช้แผ่นพลาสติกเป็นวัสดุปุพื้นบ่อ |
| |
|
|
|
อาจดูแลไม่สวยงาม และสัมผัสของ |
| |
|
- ควบคุมงบประมาณการก่อสร้างได้ดี ไม่บานปลาย |
|
พื้นสระไม่เนียนเรียบเท่ากับสระที่หลอฃ |
| |
|
|
|
จากพอลิเมอร์ |
| |
|
|
|
|
| |
|
- ในกรณีที่ไม่ต้องการใช้งานสามารถเปลี่ยนแปลง |
|
- ไม่สามารถเล่นระดับหรือมีลุกเล่นที่ |
| |
|
และรื้อถอนง่าย |
|
หลากหลายได้ |
|
งานระบบสระว่ายน้ำ
ปัจจุบันระบบหมุนเวียนน้ำในสระว่ายน้ำที่นิยมใช้มีอยุ่ 2 ประเภท ได้แก่
1. ระบบสกิมเมอร์ (Skimmer System)
น้ำในสระจะถุกนำไปบำบัดโดยผ่านช่องด้านข้างของผนังสระ ทำให้ผิวน้ำอยุ่ในระดับ
ตำกว่าพื้นรอบสระประมาณ 4-10 เซนติเมตร โดยไม่จำเป็นต้องมีถังพักน้ำ จึงประหยัด
มีราคาถูกกว่าระบบน้ำล้น ในปัจจุบันผู้ผลิตได้พัฒนาระบบสกิมเมอร์ให้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น
โดยออกแบบเป็นเครื่องกรองสำเร็จรูปติดตั้งกับผนังขอบสระและไม้ต้อเดินท่อ แต่ข้อจำกัด
ของระบบนี้คือ เหมาะกับสระที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 12x6 เมตร
2. ระบบน้ำล้น (Overflow System)
น้ำในสระจะถูกนำไปบำบัดโดยการทำให้น้ำล้นออกมายังรางน้ำล้นข้างสระ แล้วไหล
ไปยังถังพักน้ำ (Surge Tank) ก่อนจะปั๊มไปผ่านเครื่องกรองน้ำในห้องเครื่อง
ระบบน้ำล้นเหมาะกับผุ้ที่ต้องการสระว่ายน้ำแบบไม่มีขอบสระ ผิวน้ำดูตึงสวยเพราะอยุ่ใน
ระดับเดียวกับพื้นรอบสระ แต่ก็มองเห็นรางน้ำล้นได้โดยทำขอบให้ต่ำกว่าระดับสระมากๆ
แต่วิธีนี้เหมาะกับสระน้ำที่อยู่บนหน้าผาหรืออยู่บนเนิน เพราะให้ความรู้สึกเหมือนน้ำตก
|
| ตารางสรุปข้อเปรียบเทียบของสระว่ายน้ำทั้งสองระบบ |
ระบบ |
|
ราคาอุปกรณ์(บาท) |
|
รูปแบบ |
| |
|
|
|
|
| สกิมเมอร์ |
|
ประมาณ 200,000 |
|
- ไม่ต้องมีถังพักน้ำหรือห้องเครื่อง |
| |
|
|
|
- ไม่จำเป็นต้องเดินท่อ |
| |
|
|
|
- ปัจจุบันมีเครื่องกรองชนิดสำเร็จรูปพร้อมระบบกรองในตัว |
| |
|
|
|
ขนาดเล็กกระทัดรัด และสามารถติดตั้งได้ที่ขอบสระ |
| |
|
|
|
- ประหยัดน้ำ |
| |
|
|
|
- เหมาะกับสระว่ายน้ำขนาดเล็ก 12x6 เมตร |
| |
|
|
|
|
| น้ำล้น |
|
ประมาณ 240,000 |
|
- ต้องมีห้องเครื่องและถังพักน้ำ ( Surge Tank) |
| |
|
|
|
- ต้องมีการเดินท่อเพื่อนำน้ำไปยังห้องเครื่อง |
| |
|
|
|
- สระไม่มีขอบจึงดูสวยงาม |
| |
|
|
|
|
| * เปรียบเทียบโดยใช้สระว่ายน้ำขนาด 4x8 เมตรเป็นเกณฑ์ ส่วนราคาโครงสร้างสระขึ้นอยู่กับสภาพที่ดินและโครงสระที่เลือกใช้ |
|
ระบบบำบัด
สำหรับระบบบำบัดน้ำในสระหรือเคมีภัณฑ์ที่นิยมใช้ในการบำบัดน้ำมีอยู่ 3 ระบบ
1. ระบบคลอรีน
เป็นระบบฆ่าเชื้อโรคที่นิยมใช้กันมาก เพราะมีราคาถุกและมีประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำพอสมควร
คลอลีนที่จำหน่ายในท้องตลาดมักอยู่ในรูปของเหลว เม้ด และผง เพียงแค่ละลายลงในสระว่ายน้ำ
ก็สามารถฆ่าเชื้อดรคได้แล้ว แต่ค่า PH ของน้ำที่เหมาะสมต่อประสิทธิภาพการทำงานของคลอรีนควรอยู่ระหว่าง
7.2-7.8 หากมีค่าสุงแสดงว่าน้ำมีความเป็นกรดด่างสูงมาก ควรเติมกรดเพื่อปรับสภาพน้ำ และหากน้ำในสระมีค่า
ph ต่ำ คือมีความเป็นกรดสูง ก็ต้องเติมสารที่เป็นด่างจำพวก Buffer หรือ Soda Ash เพื่อปรับสภาพน้ำ
ให้เป้นกลาง คลอรีนเป้นสารที่ทำให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหนังได้ ดั้งนั้นการละลายคลอรีนจึงควรทำ
ในช่วงเย็น หลังจากที่ใช้สระแล้ว และควรเปิดเครื่องกรองให้ทำงานไว้อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย : สำหรับสระว่ายน้ำขนาด 8x4 เมตร เสียค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อเดือน
(ทั้งนี้ขึ้นอยุ่กับปริมาณการใช้งานสระว่ายน้ำและสภาพอากาศ)
2. ระบบน้ำเกลือ
ปัจุจุบันมีการค้นพบวิธีการใหม่เพื่อควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยระบบเกลือ ซึ่งมีความปลอดภัย
กว่าการใช้คลอรีนแบบเดิม โดยอาศัยเครื่องฟอกน้ำบรรจุเกลือที่มีสมรรถนะสูง เรียกว่า Salt-Chlorinator
สามารถรักษาน้ำให้สะอาดเหมือนน้ำในทะเล (แต่ความเค็มน้อยกว่าน้ำทะเล 10 เท่า) เนื่องจากเกลือ
ที่ใช้เป็นสารที่ได้จากธรรมชาติจึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
ให้กับผิวหนังอีกด้วย แต่ราคาค่าติดตั้งค่อนข้างสูง และมีความเป็นด่าง จึงทำให้น้ำในสระมีรสกร่อยเล็กน้อย
ค่าใช้จ่าย : สำหรับสระว่ายน้ำขนาด 8x4 เมตร ราคาค่าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเกลือประมาณ
40,000-50,000 บาท และเสียค่าดูแลรักษาประมาณ 400-600 บาทต่อเดือน
3. ระบบโอโซน
เป็นระบบที่นำเอาก๊าซโอโซนซึ่งผลิตจากเครื่องอัดอากาศมาบำบัดน้ำสระ เป็นระบบใหม่ที่มี
ประสิทธิภาพค่อนข้างสูงและไมมีสารตกค้างในน้ำ ระบบโอโซนจะมีระยะเวลาในการฆ่าเชื่อโรคสั้นก่าระบบอื่น
และมีราคาติดตั้งค่อนข้างสูง
ค่าใช้จ่าย : สำหรับสระว่ายน้ำขนาด 8x4 เมตร ราคาค่าติดตั้งระบบโอโซนประมาณ 150,000-200,000 บาท
|
| ตารางสรุปข้อเปรียบเทียบของระบบบำบัดระหว่างสระว่ายน้ำทั้งสามระบบ |
|
|
|
|
|
|
ประเภทของเคมีภัณฑ์ |
|
ข้อดี |
|
ข้อเสีย |
|
ค่าติดตั้งระบบ |
|
ค่าดูแลรักษา |
|
ระยะเวลาในการ |
|
|
|
|
|
|
(บาท)* |
|
(บาท/เดือน)** |
|
ฆ่าเชื้อโรค |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| คลอรีน |
|
- มีราคาถูก |
|
- อาจเกิดการระคายเคือง |
|
ไมมี |
|
3,000-4,000 |
|
หนึ่งเดือน |
|
|
- หาซื้อได้ง่าย |
|
กับผิวหนังได้ |
|
|
|
|
|
(ทั้งนี้ขึ้นอยุ่กับ |
|
|
- ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เสริม |
|
- มีกลิ่นเหม็นที่เกิดการ |
|
|
|
|
|
ปริมาณการให้งาน |
|
|
เพื่อบำบัดน้ำ |
|
ระเหยของคลอรีน |
|
|
|
|
|
สระว่ายน้ำเละ |
|
|
|
|
- เสียค่าใช้จ่ายในการเติม |
|
|
|
|
|
สภาพอากาศ |
|
|
|
|
คลอลีนเป็นประจำ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| เกลือ |
|
-ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง |
|
- ราคาค่าติดตั้งค่อนข้างสูง |
|
40,000- |
|
400-600 |
|
หนึ่งเดือน |
|
|
หรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ |
|
- มีความเป็นด่างจึงทำให้ |
|
50,000 |
|
|
|
(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ |
|
|
- เพิ่ทความชุ่มชื้น |
|
น้ำในสระมีรสกร่อย |
|
|
|
|
|
ปริมาณการใช้งาน |
|
|
ให้กับผิวหนัง |
|
เล็กน้อย |
|
|
|
|
|
สระว่ายน้ำและ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
สภาพอากาศ) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| โอโซน |
|
-ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำ |
|
-ระยะเวลาในการฆ่าเชื้อโรค |
|
150,000- |
|
ไม่มี |
|
2 สัปดาห์ |
|
|
ค่อนข้างสูง |
|
สั้นกว่าระบบอื่น |
|
200,000 |
|
|
|
|
|
|
- ไม่มีสารตกข้างในน้ำ |
|
- มีราคาค่าติดตั้งสูง |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| หมายเหตุ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| *สำหรับสระว่ายน้ำขนาด 8x4 เมตร |
|
|
|
|
|
|
|
|
| **ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสระว่ายน้ำประกอบด้วยค่าสารเคมีทำความสะอาดสระ ค่าไฟฟ้า และค่าแรง |
|
|
|
|
|
|
|
| |